แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สร้างความประหลาดใจครั้งใหญ่ในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ ด้วยการตัดสินใจที่กล้าหาญในการดึงกองหน้าดาวรุ่ง เบนจามิน เซสโก้ วัย 22 ปี จากแอร์เบ ไลป์ซิก มาเสริมทัพด้วยค่าตัวสูงถึง 74 ล้านปอนด์ โดยเมินเฉยต่อการคว้าตัว วิกเตอร์ ไจโอเคอเรส ลูกศิษย์ที่ รูเบน อโมริม ผู้จัดการทีมต้องการ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงหลังจากการตัดสินใจที่ไม่ประสบความสำเร็จกับ ราสมุส ฮอยลุนด์ ก่อนหน้านี้
การเบนเข็มครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล แต่เป็นผลจาก แนวทางใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven) ของกลุ่ม INEOS ที่เข้ามาบริหาร โดยมี ไมค์ ซานโซนี ผู้อำนวยการด้านข้อมูลคนใหม่ ซึ่งเคยทำงานกับทีม Mercedes Formula 1 เป็นผู้นำ การวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า สถิติการวิ่งโดยไม่ครอบครองบอล (Off-ball Movement) ของเซสโก้มีความถี่และเหมาะสมกับแท็กติกของอโมริมมากกว่า ไจโอเคอเรส ที่อายุมากกว่าและเรียกร้องค่าเหนื่อยที่สูงกว่า แม้ว่ากองหน้าชาวสวีเดนจะทำประตูให้ อาร์เซนอล ไปแล้ว 6 ประตูในฤดูกาลนี้
แม้จะยิงไปได้เพียง 2 ประตูและ 1 แอสซิสต์นับตั้งแต่ย้ายมา และต้องประสบปัญหาบาดเจ็บในช่วงต้นฤดูกาล แต่สโมสรยังคงแสดงความพอใจในศักยภาพของเซสโก้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมุ่งมั่นทุ่มเทของเขาที่มักจะมาถึงศูนย์ฝึกแคร์ริงตันตั้งแต่ 8.30 น. ซึ่งเร็วกว่าเพื่อนร่วมทีมมาก ซึ่งการมาถึงของซานโซนีสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของยูไนเต็ดในการเข้าถึงและวิเคราะห์โมเดลข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าพวกเขาอยู่ในสี่สโมสรชั้นนำในแง่ของการใช้ข้อมูล
การเซ็นสัญญาคว้าตัวเซสโก้ถูกจัดวางให้เป็น โครงการระยะยาว ในขณะที่สโมสรกำลังเปลี่ยนไปสู่การเป็น "สโมสรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบ" ซึ่งผู้นำทีมเชื่อว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จทั้งในและนอกสนาม อย่างไรก็ตาม การขาดแคลนกองหน้าอาวุโสในทีมขณะที่เซสโก้ยังต้องการเวลาในการปรับตัวและต้องเผชิญกับอาการบาดเจ็บ ทำให้ความกดดันเพิ่มสูงขึ้น และตอนนี้เมื่อเขาหายดีแล้ว ทุกฝ่ายต่างคาดหวังให้เขาสามารถเริ่มทำผลงานในสนาม เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของกลยุทธ์ด้านข้อมูลนี้
แมนฯ ซิตี้ แพ้คาบ้าน UCL หนแรกรอบ 7 ปี! เป๊ป ยอมรับโรเตชั่นพลาด
ผ้าพันคอผืนเก่าที่ส่งต่อกัน 3 รุ่น – ของขลังจากเทิร์ฟมัวร์
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9





