เรอัล มาดริด ภายใต้การนำของ ชาบี อลอนโซ่ ล้างตาคู่ปรับร่วมเมืองได้สำเร็จ หลังเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด 2-1 ในศึกสแปนิช ซูเปอร์คัพ รอบรองชนะเลิศ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดย "ราชันชุดขาว" ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 จากลูกฟรีคิกสุดสวยระยะ 30 หลาของ เฟเด วัลเวอร์เด ส่งผลให้ทีมกุมความได้เปรียบและลดความกดดันจากความพ่ายแพ้ในดาร์บี้แมตช์นัดก่อนหน้านี้ลงได้ทันที
เข้าสู่ครึ่งหลัง โรดริโก โกเอส โชว์ฟอร์มฮอตซัดประตูให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 55 แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ จะโหม่งทำประตูตีไข่แตกให้ทัพ "ตราหมี" ไล่มาเป็น 1-2 ในนาทีที่ 60 แต่แนวรับของเรอัล มาดริด ก็ช่วยกันต้านทานเกมรุกของแอตเลติโก มาดริด ที่ส่งทั้ง อองตวน กรีซมันน์ และติอาโก้ อัลมาดา ลงมาหมายมั่นปั้นมือจะตีเสมอให้ได้ในช่วงท้ายเกม
ความน่าสนใจของแมตช์นี้คือสถานการณ์บีบคั้นที่เรอัล มาดริด ต้องจบเกมโดยไม่มีกองหลังตัวกลางตัวจริงเหลืออยู่ในสนามเลย แต่สปิริตทีมที่แข็งแกร่งช่วยให้พวกเขารักษาผลสกอร์ไว้ได้จนจบเกม คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์นี้ได้ตามเป้าหมาย ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องในสนามคิง อับดุลลาห์ สปอร์ต ซิตี้ ที่ได้เห็นเกมดาร์บี้แมตช์ระดับคุณภาพ
ชัยชนะนัดนี้ทำให้แฟนบอลทั่วโลกจะได้ชมศึก "เอล กลาซิโก้" ในรอบชิงชนะเลิศซูเปอร์คัพอีกครั้ง โดยเรอัล มาดริด จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลนา ที่รออยู่ก่อนแล้วหลังจากถล่มบิลบาโอมาขาดลอย ซึ่งถือเป็นการพบกันของสองมหาอำนาจลูกหนังพรีเมียร์สเปนที่เดิมพันด้วยถ้วยรางวัลใบแรกของปี 2026 อย่างยิ่งใหญ่
โซบอสไลเชื่อมั่น ซาลาห์ จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งหลังจบศึกแอฟริกา
โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ กุนซือผู้พาไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พิชิตถ้วยยุโรปแบบไร้พ่าย
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9





