"เอ็มบัปเป้-เดมเบเล่" ซัดพากระทิงดวลฝรั่งเศสทุบโมร็อกโก 2-0 ลิ่วตัดเชือกฟุตบอลโลก

PaizaHeat
0

ทัพ "ตราไก่" ทีมชาติฝรั่งเศส ยังคงแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานอันยอดเยี่ยมและสมราคารองแชมป์เก่า หลังตบเท้าผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ ด้วยการโชว์ฟอร์มแกร่งต้อนเอาชนะ "สิงโตแห่งเทือกเขาแอตลาส" ทีมชาติโมร็อกโก ไปได้แบบไม่ยากเย็น 2-0 ในศึกบิ๊กแมตช์รีแมตช์รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่สังเวียนยิลเล็ตต์ สเตเดียม นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา โดยขุนพลฝรั่งเศสจะเข้าไปยืนรอพบผู้ชนะระหว่าง สเปน หรือ เบลเยียม ในรอบ 4 ทีมสุดท้ายต่อไป

เกมในช่วง 45 นาทีแรกเป็นทางฝรั่งเศสที่เดินหน้าเปิดเกมบุกเข้ากดดันอย่างต่อเนื่อง และมาได้โอกาสทองฝังเพชรในนาทีที่ 25 เมื่อ คีเลียน เอ็มบัปเป้ โดน นูแซร์ มาซราอุย สกัดล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกจุดโทษทันทีหลังเช็ก VAR อย่างไรก็ตาม เอ็มบัปเป้ กลับยิงไปติดเซฟของ ยัสซีน บูนู นายทวารจอมหนึบของโมร็อกโกอย่างน่าเสียดาย ถัดมานาทีที่ 35 เดซิเร่ ดูเอ้ มีโอกาสสับไกเน้นๆ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือบูนู แถมช่วงทดเจ็บ ลูก้าส์ ดีญ ยังเติมขึ้นมายิงไกลบอลเช็ดคานออกไป ทำให้จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0 โดยที่ฝรั่งเศสครองเกมเบ็ดเสร็จและมีโอกาสส่องถึง 10 ครั้ง ส่วนโมร็อกโกยังไม่มีจังหวะจบสกอร์เลย

เข้าสู่ครึ่งหลัง โมร็อกโกพยายามจัดกระบวนทัพและครองบอลสู้มากขึ้นเพื่อหวังทำเซอร์ไพรส์ และมีลุ้นจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ของ บราฮิม ดิอาซ แต่ก็โดนแผงหลังตราไก่บล็อกไว้ได้ทันควัน จนกระทั่งในนาทีที่ 60 ความเหนือชั้นของฝรั่งเศสก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อ เดซิเร่ ดูเอ้ จ่ายบอลถวายพานให้ คีเลียน เอ็มบัปเป้ แต่งหาช่องบริเวณกรอบเขตโทษก่อนปั่นโค้งหนีกองหลังบอลพุ่งเสียบมุมไกลอย่างสวยงาม ช่วยให้ฝรั่งเศสทะยานนำ 1-0 และนับเป็นประตูที่ 8 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ ขึ้นแท่นดาวซัลโวร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ ทันที

หลังจากได้ประตูปลดล็อก ทัพตราไก่ก็ยิ่งเล่นด้วยความมั่นใจและมาได้ประตูปิดกล่องอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 66 จากความสามารถเฉพาะตัวของ อุสมาน เดมเบเล่ ที่กระชากบอลเข้าหาเขตโทษก่อนกดด้วยขวาเต็มข้อจากนอกกรอบ บอลพุ่งแรงแม้บูนูจะปัดได้ปลายมือแต่ก็เอาไม่อยู่ บอลซุกก้นตาข่ายให้ฝรั่งเศสหนีห่างเป็น 2-0 และเป็นประตูที่ 5 ของเดมเบเล่ในฟุตบอลโลกหนนี้ ช่วงเวลาที่เหลือโมร็อกโกพยายามส่งผู้เล่นสำรองลงมาหวังทวงประตูคืนและมีลุ้นใกล้เคียงที่สุดจากลูกปั่นของ อัซเซดีน อูนาฮี ในนาทีที่ 83 แต่โดน ไมค์ เมญ็อง ปัดทิ้งไว้ได้ จบเกมฝรั่งเศสชนะไป 2-0 ย้ำแค้นจากปี 2022 พร้อมสร้างสถิติเป็นทีมแรกที่เข้าสู่รอบตัดเชือกฟุตบอลโลกได้ 3 สมัยติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ได้อย่างยิ่งใหญ่






ชูเอา กานเซโล่ จ่อซบบาร์เซโลน่า! ตอบรับสัญญา 2 ปี เหลือเพียงตกลงค่าตัวกับอัล-ฮิลาล 

คริสเตียน ชไตรช์: ตำนานกุนซือผู้จารึกประวัติศาสตร์ 12 ปีครึ่งกับไฟร์บวร์ก 

🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!

🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย

📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9  




แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น (0)
3/related/default