เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังกัปตันทีมชาติเนเธอร์แลนด์ กำลังนำทัพ "อัศวินสีส้ม" ลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งคาดว่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับโลกครั้งสุดท้ายของเขาในวัย 35 ปี โดยเจ้าตัวยังคงมีสถิติที่น่าทึ่งคือไม่เคยปราชัยให้แก่คู่แข่งทีมใดในเวลาการแข่งขันปกติ 90 หรือ 120 นาที ตลอดการลงเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นับตั้งแต่เปิดตัวในศึกปี 2022 ที่ทีมตกรอบด้วยการแพ้จุดโทษต่ออาร์เจนตินาเท่านั้น
ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ฟาน ไดจ์ค แบกรับภาระงานที่หนักอึ้งอย่างมากหลังกรำศึกหนักลงเล่นรวมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติไปแล้วเฉียด 6,000 นาที และกำลังจะกลายเป็นผู้เล่นที่โดดเดี่ยวมากขึ้นในแผงแนวรับ เนื่องจากขาดคู่หูคนสำคัญอย่าง เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนจนพลาดช่วยทีม ทำให้โรนัลด์ คูมัน ผู้จัดการทีม ต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ความเยือกเย็นและประสบการณ์อันล้นเหลือของเขาแต่เพียงผู้เดียว
เส้นทางอาชีพในทีมชาติของฟาน ไดจ์ค นับว่ามีความพิเศษและแปลกประหลาด เขาเคยถูก หลุยส์ ฟาน กาล เมินเฉยและตัดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลกปี 2014 ด้วยเหตุผลด้านปรัชญาทำทีม รวมถึงเนเธอร์แลนด์ยังพลาดตั๋วไปลุยบอลโลกในปี 2018 ทำให้ปราการหลังระดับโลกรายนี้ กว่าจะได้สัมผัสทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเป็นครั้งแรก อายุก็ล่วงเลยเข้าสู่ช่วงวัยสามสิบกว่าปีไปแล้ว
แม้จะเริ่มต้นช้าในเวทีระดับโลกและต้องเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์ในบ้านเกิดอยู่บ้าง ทว่าอดีตกองหลังค่าตัวสถิติโลกรายนี้คือเสาหลักสำคัญที่ช่วยกอบกู้ฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากยุคตกต่ำ ปัจจุบันเขาเป็นขุนพลคนสำคัญที่ทั้ง อาร์เน สล็อต ในสโมสรลิเวอร์พูล และโรนัลด์ คูมัน ในทีมชาติต่างขาดไม่ได้ และในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ความหวังของคนทั้งชาติยังคงถูกฝากไว้บนแผ่นหลังอันแข็งแกร่งของเขาเช่นเดิม
นาธาน เทลลา จากนักเตะที่ถูกมองข้าม สู่ซูเปอร์ซับคนสำคัญของเลเวอร์คูเซ่น
ไซบารี ซัดประตูแรกในฟุตบอลโลก สร้างชื่อให้โมร็อกโก
🎉 สมัครสมาชิกวันนี้!
🌟 ลุ้นรับสิทธิพิเศษและร่วมสนุกกับกิจกรรมดีๆ มากมาย
📲 คลิกที่นี่เลย 👉 https://line.me/R/ti/p/@pzz9





